ข่าวแนะนำ

ข่าวข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

อุปกรณ์ฝังตัวในสมองช่วยทำให้ความจำดีขึ้น

อุปกรณ์ฝังตัวในสมองช่วยทำให้ความจำดีขึ้น

พวกเราทั้งหลายที่มีนิสัยขี้หลงขี้ลืมนั้นอาจจะได้สัมผัสกับอุปกรณ์ฝังตัวในสมองที่สามารถช่วยกระตุ้นความทรงจำของเราได้หากเทคโนโลยีใหม่ของกองทัพสหรัฐฯนั้นถูกนำไปใช้แพร่หลายมากขึ้น โดยอุปกรณ์ฝังตัวในสมองดังกล่าวนั้นได้รับรายงานว่า

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

4097 views September 28, 2015

อ่านทั้งหมด

การดื่มกาแฟในเวลากลางคืนสามารถปรับเปลี่ยนนาฬิกาในร่างกายได้

การดื่มกาแฟในเวลากลางคืนสามารถปรับเปลี่ยนนาฬิกาในร่างกายได้

งานวิจัยใหม่แนะว่า การดื่มกาแฟเอ็กเพรสโซ่สองช็อตในตอนกลางคืนอาจจะไม่เพียงช่วยให้คุณรู้สึกตื่นได้นานขึ้นแต่ยังทำให้คุณปรับโซนเวลาใหม่ได้อีกด้วย การกินคาเฟอีนในช่วงเวลากลางคืนจะทำให้นาฬิกาในร่างกายของเราช้าขึ้นไปโดยประมาณ

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

2994 views September 27, 2015

อ่านทั้งหมด

ความกังวลเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของผู้ปกครองสามารถส่งต่อไปยังเด็กๆได้

ความกังวลเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของผู้ปกครองสามารถส่งต่อไปยังเด็กๆได้

นักจิตวิทยารู้มาเป็นเวลานานแล้วว่า ความกลัวของคณิตศาสตร์สามารถติดต่อกันได้ พวกเขาแสดงให้เห็นว่า เหล่าเด็กๆสามารถรับความคิดเชิงลบเกี่ยวกับคณิตศาสตร์จากคุณครูได้ และในตอนนี้ พวกเขาพบว่าอีกแหล่งหนึ่งที่เหล่าเด็กๆสามารถรับความกังวลเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ได้อีกนั้นคือ

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

1310 views September 26, 2015

อ่านทั้งหมด

คอมเมนต์เฟซบุ๊คมีผลต่อการหาเสียงเลือกตั้ง

คอมเมนต์เฟซบุ๊คมีผลต่อการหาเสียงเลือกตั้ง

นักวิจัยพบว่า เมื่อให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คอ่านหน้าที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครชิงตำแหน่งทางการเมือง คอมเมนต์ที่เป็นบวกที่ชาวเน็ตถูกใจจะส่งผลทำให้ผู้ใช้ผู้นั้นมองผู้สมัครในแง่บวก ขณะที่คอมเมนต์ในทางลบที่ชาวเน็ตถูกใจจะทำให้ผู้สมัครผู้นั้นถูกมองในแง่ลบได้อิทธิพลของคอมเมนต์ต่อมุมมองที่มีต่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนั้นเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยว่าคนที่มาแสดงความคิดเห็นที่ถูกใจชาวเน็ตนั้นจะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คหรือคนรู้จักหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้สมัครชิงตำแหน่งและผู้แสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้มีอยู่จริงในการทดลองนี้ทีมวิจัยนี้ประกอบไปด้วยอาจารย์และนักเรียนจากภาควิชาการสื่อสาร และภาควิชารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทีมวิจัยได้สร้างเพจของผู้สมัครสมมติขึ้นมาในเฟซบุ๊ค โดยให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้สมัครนักวิจัยทำการทดสอบด้วยวิธีออนไลน์ โดยส่งคำสั่งให้ผู้เข้าร่วมการทดลองดูเพจและให้คะแนนความประทับใจเกี่ยวกับผู้สมัครคนนั้น โดยในเพจนั้นส่วนหนึ่งจะมีความคิดเห็นในแง่บวกสองความคิดเห็นปรากฏอยู่ ส่วนเพจที่เหลือจะมีความคิดเห็นในแง่ลบ"ทุกวันนี้ ผู้สมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองทุกคนจำเป็นต้องทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย และกุญแจของโซเชียลมีเดียก็คือการตอบสนองนี่เอง จะต้องไม่ใช้วิธีการโฆษณาแบบทางเดียวแบบเมื่อก่อนแล้ว เราอยากจะทดสอบการตอบสนองระหว่างผู้สมัครกับประชาชน" ศาสตราจารย์ พอล อาร์. บริวเวอร์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเดลาแวร์เผยนักวิจัยได้รายงานการค้นพบในวารสารวิชาการ Journal of Experimental Political Science ว่า ผู้ที่ดูผู้สมัครที่ได้รับคอมเมนต์บวกหรือชาวเน็ตกด"ไลค์"จะมีความชอบในตัวผู้สมัครและมีโอกาสมากขึ้นที่จะสนับสนุนผู้สมัครคนนั้น ในขณะที่ความคิดเห็นในทางลบจะทำให้ผู้อ่านเพจไม่ชอบผู้สมัครนนั้นตามไปด้วยและที่สำคัญคือ ไม่ว่าผู้สมัครจะมาตอบคอมเมนต์นั้นอย่างไร กลับไม่ได้มีผลต่อมุมมองที่ผู้รับการทดลองรู้สึกเลย"นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า คนเราจะเชื่อความคิดเห็นที่มาจากคนอื่นๆมากกว่าจะเชื่อความคิดเห็นที่มาจากผู้สมัครโดยตรง กล่าวคือ คนเราจะมองว่าสิ่งที่คนอื่นพูดถึงคุณคือเรื่องจริง ในขณะที่คุณอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้ ดังนั้น ความคิดเห็นที่มาจากใครก็ไม่รู้บนอินเตอร์เน็ตจึงเปลี่ยนมุมมองของประชาชนได้"อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงก้าวแรกของการวิจัยผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อการหาเสียงเลือกตั้ง ศาสตราจารย์บริวเวอร์มองว่าบางทีประชาชนอาจจะมองผู้สมัครสมมติมากกว่าผู้สมัครจริงๆที่พวกเขาคุ้นเคยก็เป็นได้ และยังได้ชี้ว่างานวิจัยนี้ทำบนเพจของเฟซบุ๊คอย่างเดียว แต่ในการหาเสียงจริงๆนั้น ประชาชนจะตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะเข้าไปดูโซเชียลมีเดียของผู้สมัครคนนั้นหรือไม่"ผมแปลกใจมากที่ไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้มาก่อน อย่างน้อยคือไม่มีเลยในงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ การหาเสียงเลือกตั้งมีการลงทุนในโซเชียลมีเดียเยอะ ซึ่งน่าจะโดดเด่นมากในปี 2016"ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่ผู้หาเสียงอาจจะลดความคิดเห็นที่เป็นลบออกจากหน้าเพจและกระตุ้นให้สตาฟหรือผู้สนับสนุนช่วยกันโพสต์ความคิดเห็นที่เป็นบวกอ้างอิง: University of Delaware. "Facebook effect: Research shows comments about candidates have impact on potential voters." ScienceDaily. ScienceDaily, 24 September 2015. <www.sciencedaily.com/releases/2015/09/150924184948.htm>งานวิจัย: Paul R. Brewer, Michael Habegger, Ruby Harrington, Lindsay H. Hoffman, Philip Edward Jones, Jennifer L. Lambe. Interactivity between Candidates and Citizens on a Social Networking Site: Effects on Perceptions and Vote Intentions. Journal of Experimental Political Science, 2015; 1 DOI: 10.1017/XPS.2014.29

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

741 views September 25, 2015

อ่านทั้งหมด

สิ่งที่ผู้คนค้นพบในชีวิตสมรสที่ยืนยาวระหว่าง “สิ่งที่น่าปรารถนา” และ “สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต”

สิ่งที่ผู้คนค้นพบในชีวิตสมรสที่ยืนยาวระหว่าง “สิ่งที่น่าปรารถนา” และ “สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต”

งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Chapman เกี่ยวกับความน่าดึงดูดใจและการสืบพันธุ์ได้เปิดเผยถึง สิ่งที่ผู้คนค้นพบในชีวิตสมรสที่ยืนยาว ก็คือ “สิ่งที่น่าปรารถนา” กับ “ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต” งานวิจัยนี้ได้อาศัยข้อมูลพื้นฐานจากการศึกษาระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมาเกี่ยวกับความพึงพอใจของคู่สมรส งานวิจัยนี้สนับสนุนความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนานว่า

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

4603 views September 25, 2015

อ่านทั้งหมด

การเก็บที่นอนตอนเช้าอาจทำให้ไรฝุ่นบนเตียงเพิ่มขึ้น

การเก็บที่นอนตอนเช้าอาจทำให้ไรฝุ่นบนเตียงเพิ่มขึ้น

โดยรวมแล้วในโลกนี้มีผู้คนอยู่สองชนิด นั่นก็คือคนที่ไม่สามารถเริ่มวันใหม่โดยไม่เก็บที่นอนให้เรียบร้อยได้ และก็อีกพวกที่เหลืือ ที่ไม่เคยเข้าใจจุดประสงค์ของการเก็บที่นอนเพียงเพื่อจะทำให้มันรกรุงรังอีกครั้งในอีก

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

6845 views September 21, 2015

อ่านทั้งหมด

ทำไมผู้หญิงถึงชอบผู้ชายที่ทำให้พวกเธอหัวเราะ?

ทำไมผู้หญิงถึงชอบผู้ชายที่ทำให้พวกเธอหัวเราะ?

ถ้าหากคุณมีนัดเดทในอนาคตอันใกล้แล้วล่ะก็ คุณอาจจะอยากฝึกพูดหยอกล้อหรือพูดติดตลกเอาไว้ เนื่องจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งจากสหรัฐฯได้ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณความพยายามในการทำให้ตัวเองดูตลกและเสียงหัวเราะที่ได้รับกลับมานั้นส่งผลให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้นที่จะทำให้ความรักเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

3623 views September 20, 2015

อ่านทั้งหมด

เหตุผลที่คุณควรหยุดใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย

เหตุผลที่คุณควรหยุดใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย

สบู่ฆ่าเชื้อที่มีสารเคมีอาจไม่ได้ดีมากไปกว่าสบู่ปกติเลยก็ได้ สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียมีส่วนผสมของสารเคมีที่ชื่อว่า Triclosan ซึ่งเป็นสารเคมีที่ค่อนข้างอันตรายในการกำจัดแบคทีเรียออกจากมือของคุณมากกว่าสบู่ทั่วไปที่ใช้กันเสียอีก การศึกษาใหม่ได้ข้อสรุปของคำถามที่เกี่ยวกับการใช้สารเคมีซึ่งถูกระบุว่าอาจเป็นอันตรายในสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียนี้ ตลาดสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากในสหรัฐอเมริกา แต่สารเคมีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสบู่ฆ่าเชื้ออย่าง Triclosan นั้นถูกเชื่อมโยงถึงความต้านทานของยาปฏิชีวนะ ภูมิแพ้ และการถูกรบกวนของระบบฮอร์โมนในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม น่าหนักใจอยู่เหมือนกัน ในการศึกษาหนึ่งพบความเป็นไปได้ที่สารนี้จะเป็นสารก่อมะเร็ง หรือเป็นสารที่เพิ่มความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งผลกระทบที่เป็นอันตรายเหล่านี้ได้มีการแจ้งไปยัง The U.S. Food and Drug Administration หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ที่ดูแลในเรื่องความปลอดภัยและข้อจำกัดของการใช้งานแล้ว การศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร the Journal of Antimicrobial Chemotherapy ซึ่งเล็งเห็นถึงผลกระทบต่อสายพันธุ์แบคทีเรีย 20 สายพันธุ์ที่เป็นอันตราย รวมทั้งเชื้อ Escherichia coli, Listeria monocytogenes และ Salmonella enteritidis ซึ่งในการทดลองนั้นได้ทำประเมินความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคของสบู่ต้านเชื้อที่มีส่วนผสมของ Triclosan โดยทำการเลี้ยงเชื้อในจานเพาะเชื้อที่มีทั้งสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย และสบู่ธรรมดา ที่อุณหภูมิ 22 - 40 องศาเซลเซียส เลียนแบบการสัมผัสน้ำอุ่นและน้ำร้อนเป็นเวลา 20 วินาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ล้างมือ รวมทั้งได้ทดสอบกับอาสาสมัคร16 คนที่มือมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย Serratia marcescens (สายพันธุ์ที่มักพบในห้องน้ำ) และให้พวกเขาล้างมือด้วยสบู่ธรรมดาและสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นเวลา 30 วินาทีด้วยน้ำอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส สำหรับการทดลองทั้งหมด ทีมนักวิจัยได้ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีบที่มีส่วนผสมของ Triclosan 0.3% ซึ่งเป็นค่าสูงสุดที่อนุญาติให้ผลิตได้ในผลิตภัณฑ์ที่วางขายในสหภาพยุโรป, แคนาดา, ออสเตรเลีย, จีนและญี่ปุ่น จากการทดลองพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย และสบู่ปกติ แต่พบว่า สบู่ต้านเชื้อที่มีส่วนผสมของ Triclosan นั้นมีประสิทธิภาพขึ้นมาหลังจาก 9 ชั่วโมงที่เชื้อจุลินทรีย์แช่อยู่ ซึ่งนั่นนานเกินไปสำหรับการล้างมือ นักวิจัยกล่าวว่า ผู้บริโภคควรจะรับรู้ว่า สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียนั้นไม่รับประกันการป้องกันโรค และควรจะห้ามการพูดถึงประสิทธิภาพที่เกินจริงของผลิตภัณฑ์ที่อาจสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคได้ Min Suk Rhee หนึ่งในทีมวิจัยเรื่องนี้กล่าว อ้างอิง http://www.iflscience.com/health-and-medicine/antibacterial-soap-no-better-cleaning-hands-regular-soap http://medicalxpress.com/news/2015-09-antibacterial-soap-real-threat-germs.html http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3945593/

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

2702 views September 17, 2015

อ่านทั้งหมด

​เห็นด้วยไหม!?เสนอ ม.ปลาย/มหาลัยเริ่มเรียน 10 โมงเช้า

​เห็นด้วยไหม!?เสนอ ม.ปลาย/มหาลัยเริ่มเรียน 10 โมงเช้า

ไม่รู้จะเจอกระแสคัดค้านหรือไม่ เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด คณะแพทย์มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด และมหาวิทยาลัยเนวาดา ค้นพบว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยควรจะเปลี่ยนเวลาเริ่มเรียน เพื่อไม่ให้กระทบการเรียนและสุขภาพของเด็กจากงานวิจัยเกี่ยวกับการนอนล่าสุดระบุว่า

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

2454 views September 10, 2015

อ่านทั้งหมด

​ข้อมูลเฟซบุ๊กเผย! สังคมชั้นสูงมีเพื่อนต่างชาติน้อย

​ข้อมูลเฟซบุ๊กเผย! สังคมชั้นสูงมีเพื่อนต่างชาติน้อย

งานวิจัยล่าสุดขุดค้นจากเฟซบุ๊คพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างสถานะทางการเงินและสังคม กับระดับของความเป็นนานาชาติในเครือข่ายเพื่อนในเฟซบุ๊ค โดยชี้ว่า สังคมชั้นสูงมักจะมีเพื่อนที่มาจากต่างประเทศน้อยเป็นที่รู้กันดีว่าคนที่มาจากสังคมชั้นสูงมักจะมีโอกาสที่มากกว่าในการออกท่องโลกกว้างและพบปะผู้คนจากหลายๆประเทศ

ข่าวมนุษย์และการดำรงชีวิต

1377 views September 10, 2015

อ่านทั้งหมด

-->