ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

"ปิยสวัสดิ์"ค้านผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ เหตุเทคโนโลยียังพิสูจน์ไม่ได้ หนุนเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อวิกฤตไฟฟ้า-วิกฤตพลังงาน เรื่องจริงหรืออิงมายา จัดโดยศูนย์ข้อมูลและสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ ) ว่า กระทรวงพลังงานควรปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี)โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพราะต้นทุนมีแนวโน้มต่ำลง โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มีต้นทุน 5-6 บาทต่อหน่วยลดลงจากในอดีตที่มีต้นทุน 16 บาทต่อหน่วย ซึ่งต้นทุนปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ( Roof top ) ยังมีศักยภาพ หากติดตั้งเพียงแค่ 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 2 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2,000 เมกะวัตต์

"แผนพีดีพีสามารถปรับปรุงได้ตลอด จึงควรเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าไปให้มากขึ้น แต่ไม่ควรเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้พิสูจน์ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลหญ้าเนเปียร์ " นายปิยสวัสดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พบว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการยื่นขอผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กับกระทรวงพลังงาน 600 ราย กำลังผลิตรวม 4,000 เมกะวัตต์ แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการพิจารณาอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีอุปสรรคจากกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม หากทั้ง 2 หน่วยงานไม่เป็นอุปสรรค จะทำให้มีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าระบบประมาณ 1,000 เมกะวัตต์

"กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีการกำหนดโควตาปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนอุปสรรคจากกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นขั้นตอนการออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ทั้งที่ในอดีตไม่เคยมีปัญหาเวลาไปขอใบอนุญาตโรงงาน "

ด้านนางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงาน กล่าวว่า สังคมไม่ได้คัดค้านโรงไฟฟ้าแต่ต้องการธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เห็นจากปัญหาไฟฟ้าในเดือน เม.ย.2556 ที่เกิดจากการบริหารไม่ดี โดยผู้เกี่ยวข้องรู้อยู่แล้วว่าพม่าจะหยุดจ่ายก๊าซฯในช่วงดังกล่าวแต่ไม่มีการเตรียมการ ทำให้สถานการณ์เหมือนมีวิกฤตพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในวันที่เริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯจริงนั้น โรงไฟฟ้าโรงใดที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ เพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่

สำหรับการประมูล รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (ไอพีพี) รอบใหม่นั้น ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะรับรู้และไม่ล็อกสเปก เพื่อให้มีโอกาสเกิดการลงทุนผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งอาจจะต้องมีการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ลดต้นทุนด้านสายส่งลงได้ และให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น และทำให้ไม่ต้องพึ่งพลังงานนิวเคลียร์



ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ