"เคานต์แดร็กคูล่า" ผีดิบแวมไพร์ตัวละครจากนิยายสยองขวัญขายดีลำดับต้น ๆ ของประวัติศาสตร์สิ่งพิมพ์จากปลายปากกานักเขียนชาวไอริช มิสเตอร์บราม สโตกเกอร์ เป็นหนึ่งในตัวละครที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด ปรากฏตัวทั้งบนหน้าหนังสือ จอแก้วและจอเงิน คอลัมน์นี้จึงเป็นเรื่องของบุรุษตัวจริงเสียงจริงในประวัติศาสตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่มาของ "เคานต์แดร็กคูล่า" เขาคนนั้นคือ "วลาดที่ 3" (Vlad III) เจ้าของสมญานาม วลาดผู้ชอบเสียบเป็น (Vlad Tepes หรือ Vlad the Impaler) ผู้ครองแคว้น Wallachia ที่มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่ในสมัยของพระองค์เองจนถึงปัจจุบันทั้งในฐานะของทรราชย์โหดเหี้ยมโรคจิตผิดมนุษย์และวีรบุรุษที่ปกป้องยุโรปจากการรุกรานของอาณาจักรออตโตมาน

             

                            แดร็กคูล่าในภาพยนตร์ ค.ศ. 1931 และ 2014               บราม สโตกเกอร์ นักเขียนผู้ให้กำเนิด "เคานต์แดร็กคูล่า"

          วลาดที่ 3 เป็นโอรสของเจ้าชายของแคว้นเล็ก ๆ ริมทะเลดำที่อยู่ระหว่างประเทศฮังการี แคว้นโมลดาเวียและอาณาจักรมหาอำนาจในเวลานั้นคืออาณาจักรออตโตมาน พระบิดาของวลาดที่ 3 (พระนามวลาดเหมือนกันคือวลาดที่ 2) ถูกออกพระนามอย่างไม่เป็นทางการว่า "เดอะ ดราคูล" (The Dracule) เพราะทรงเป็นอัศวินใน Order of the Dragon ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ "เคานต์แดร็กคูล่า" ในนิยายในเวลาต่อมา 

                          

   รูปปั้นพระเศียรของวลาดที่ 3 แรงบันดาลใจ                        แผนที่แคว้น Wallachia ของวลาดที่ 3 (สีขาวในภาพ)
     เคานต์แดร็กคูล่าของบาร์ม สโตกเกอร์                            ปราการที่กั้นระหว่างอาณาจักรออตโตมานและทวีปยุโรป

          เกมการเมืองใน Wallachia ซึ่งเป็นรัฐกันชนนั้นสับสน วุ่นวาย และโหดร้าย สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นเป็นประจำ มีการคานอำนาจกันระหว่างพวกบอร์ยา (ผู้ดีเจ้าของที่ดิน) พวกแซ็กซอนซึ่งเป็นพวกพ่อค้าและช่างฝีมือ และอิทธิพลภายนอกจากฮังการีและออตโตมานที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มการเมืองต่าง ๆ "วลาด ดราคูล" พระบิดาของวลาดที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ครองแคว้นเคยถูกกลุ่มการเมืองที่มีฮังการีหนุนหลังแย่งบัลลังก์ และทรงแย่งบัลลังก์คืนมาโดยการอ่อนน้อมต่ออาณาจักรออตโตมานด้วยการส่งบรรณาการไปถวายสุลต่านของอาณาจักรออตโตมานและส่งโอรสสององค์คือวลาดที่ 3 และอนุชาคือ ราดู (สมญานามราดูรูปงามหรือ Radu the Handsome) ไปเป็นองค์ประกัน

          เจ้าชายทั้งสองคือวลาดที่ 3 และราดูเติบโตและได้รับการศึกษาจากราชสำนักออตโตมาน (ซึ่งในเวลานั้นน่าจะเป็นหนึ่งในที่ๆ มีการศึกษาดีที่สุดในโลก) ทั้งสององค์ตรัสภาษาเติร์กได้และเข้าพระทัยวัฒนธรรมออตโตมาน แต่ปฏิกิริยาของเจ้าชายสององค์ที่มีต่ออาณาจักรออตโตมานต่างกันโดยสิ้นเชิง ราดูทรงเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามและเป็นมุสลิมที่เคร่งศาสนา อภิเษกกับผู้หญิงมุสลิม และกลายเป็นพระสหายและแม่ทัพที่มั่นคงของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ในขณะที่วลาดที่ 3 ทรงมีความเกลียดชังที่ลึกซึ้งให้กับทั้งสุลต่านและอาณาจักรออตโตมาน

          ต่อมาใน ค.ศ. 1447 "วลาด ดราคูล" ถูกปลงพระชนม์ โอรสองค์โตเชษฐาของวลาดที่ 3 ซึ่งเป็นรัชทายาทถูกฝังทั้งเป็น วลาดที่ 3 ขึ้นเป็นผู้ครองแคว้น Wallachia เมื่อพระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้มีสงครามครูเสดเพื่อปกป้องยุโรปจากอาณาจักรออตโตมาน วลาดที่ 3 ก็หันมาร่วมมือกับกษัตริย์ฮังการี (โอรสของบุรุษที่อาจจะมีส่วนในการสิ้นพระชนม์ของวลาด ดราคูล พระบิดา) ปฏิเสธที่จะส่งบรรณาการทั้งเงินและทหารให้กับอาณาจักรออตโตมาน กล่าวหาว่าทูตออตโตมานหลู่พระเกียรติด้วยการไม่ยอมถอด"หมวก"(จริงๆ คือผ้าโพกผมหรือ Turban) ต่อหน้าพระพักตร์ซึ่งจริงๆ คงจะเป็นข้ออ้างเพราะวลาดที่ 3 เข้าพระทัยวัฒนธรรมออตโตมานดี วลาดที่ 3 รับสั่งให้ประหารทูตด้วยการตอกตะปูลงบนศีรษะของทูต ทำให้สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ของออตโตมานตัดสินพระทัยบุก Wallachia ชื่อเสียงของ วลาดที่ 3 ในฐานะ The Impaler หรือ "ผู้ชอบเสียบเป็น" ก็ขจรขจาย

                              

     ภาพวลาดที่ 3 เสวยอาหารไปพร้อมๆ กับทอดพระเนตร             ภาพวาด "การโจมตีในยามกลางคืน ณ เมืองหลวง
    นักโทษที่ถูกเสียบเป็น พิมพ์ขึ้นในเยอรมันประมาณ 30 ปี           Wallachia" เป็นสมรภูมิระหว่างกองทัพออตโตมาน
                       หลังวลาดที่ 3 สิ้นพระชนม์                                                 และกองกำลังของวลาดที่ 3

          สิ่งที่วลาดที่ 3 ใช้ต่อสู้กับกองทัพออตโตมานมีอยู่ 2 อย่างคือการรบแบบกองโจรและความกลัว ด้วยจำนวนทหารที่น้อยกว่ามากชนิดเทียบกันไม่ได้ หนทางชนะเพียงทางเดียวของกองกำลัง Wallachia คือการซุ่มโจมตี กองทัพออตโตมานกองทัพแรกที่ตกเป็นเหยื่อคือกองทัพทหารม้า 1,000 คนที่ถูกโจมตีในระหว่างผ่านช่องแคบ ทหารส่วนใหญ่ถูกจับได้และถูกนำมา "เสียบเป็น" คือใช้ไม้แหลมเสียบทะลุร่างกายของนักโทษ ถ้าเพชฌฆาตมีเมตตาจะใช้ด้านแหลมของไม้แทงในตำแหน่งที่สำคัญ นักโทษจะตายอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นนักโทษจะทรมานอยู่เป็นวันกว่าจะตาย

          วลาดที่ 3 ใช้ทุกวิธีเพื่อหยุดกองทัพออตโตมาน ทั้งเผาทำลายเสบียง วางยาพิษในแม่น้ำและเปลี่ยนทิศทางการไหลของแม่น้ำ แม้กระทั่งส่งคนที่เป็นโรคร้ายเข้าปะปนกับทหารในกองทัพออตโตมาน แต่กองทัพออตโตมานก็ยังเคลื่อนตัวเข้ามาใน Wallachia (อย่างค่อนข้างอ่อนล้า) การรบที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองหลวงของ Wallachia เมื่อกองกำลังของวลาดที่ 3 เข้าโจมตีกองทัพออตโตมานในเวลากลางคืนซึ่งสร้างความเสียหายให้กับกองทัพออตโตมานอย่างมาก สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ตั้งพระทัยที่จะล้อมเมืองหลวงของ Wallachia แต่กลับพบประตูเมืองเปิดรอรับอยู่ เมืองหลวงของ Wallachia ถูกทิ้งร้าง ภายในเมืองมี "ป่าของคนที่ถูกเสียบเป็น" คือมีหลักที่มีทหารออตโตมานถูกเสียบเป็นปักอยู่ 20,000 หลัก บนหลักที่สูงที่สุดคือร่างของแม่ทัพออตโตมาน (หนังสือบางฉบับบอกว่าประตูเมืองไม่ได้ถูกเปิด หลักที่มีร่างกายทหารที่ถูกเสียบเป็นนั้นปักอยู่รอบกำแพงเมือง)

          ชัยชนะของวลาดที่ 3 ถูกเฉลิมฉลองในยุโรปแต่มันก็เป็นชัยชนะอายุสั้น Wallachia ไม่ได้มีทรัพยากรมากพอและเมื่อสงครามยิ่งนานขึ้น ฝ่ายออตโตมานซึ่งนำโดยราดู (อนุชาของวลาดที่ 3) ก็เป็นฝ่ายได้เปรียบและยึดปราสาท Poenari ที่มั่นสำคัญของวลาดที่ 3 ได้ในที่สุด ราดูขึ้นเป็นผู้ครองแคว้น Wallachia ในฐานะอาณานิคมของออตโตมาน ในขณะที่วลาดที่ 3 ถูกกษัตริย์ฮังการีซึ่งเป็นพันธมิตรจับขังไว้ในฮังการีเป็นเวลาหลายปีด้วยเหตุผลที่นักประวัติศาสตร์ก็ยังเถียงกันไม่จบ เมื่อราดูสิ้นพระชนม์ วลาดที่ 3 ได้ต่อรองกับกษัตริย์ฮังการีจนได้พ้นจากการถูกคุมขัง เสด็จกลับแคว้น Wallachia และขึ้นเป็นผู้ครองแคว้นอีกครั้งเป็นเวลาสองเดือนก่อนจะสิ้นพระชนม์อย่างลึกลับ 

                                                     

                             ราดู "รูปงาม" (Radu the Handsome)      แมทเธียส คอร์วินุส กษัตริย์ฮังการี พันธมิตรหักเหลี่ยมโหด
                            น้อง(ไม่)รักหักเหลี่ยมโหดของวลาดที่ 3                     ซึ่งจับวลาดที่ 3 ขังเป็นเวลาหลายปี

          นอกจากจะมีชื่อเสียงในฐานะ "ผู้ชอบเสียบเป็น" แล้ว วลาดที่ 3 ยังได้ชื่อว่ามีสายพระเนตรแหลมคมในการเลือกจุดยุทธศาสตร์และที่ตั้งเมืองสำคัญ เมืองบูคาเรสต์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของโรมาเนียในปัจจุบันก็ปรากฎขึ้นในหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกในฐานะที่ประทับของวลาดที่ 3 และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

          วลาดที่ 3 เป็นที่รู้จักทั่วยุโรปทั้งในฐานะของผู้ครองแคว้นที่โหดเหี้ยม ชอบการทรมาน ประวัติของพระองค์มีทั้งการเสียบเป็นศัตรูทางการเมืองและทหารฝ่ายตรงข้าม การฆ่าพลเรือนออตโตมานทั้งชายและหญิงไม่เลือกเด็กหรือคนแก่ ครั้งหนึ่งจำนวนพลเรือนที่ตายมากถึงเกือบ 24,000 คนจากจดหมายของวลาดที่ 3 เองและทั้งหมดเป็นชาวนาชาวไร่ไม่ใช่ทหาร เป็นการเมืองที่ใช้ประโยชน์จากความกลัว ในขณะเดียวกันผู้คนจำนวนหนึ่งในยุโรป ณ เวลานั้นและชาวโรมาเนียในปัจจุบันก็มองว่าวลาดที่ 3 เป็นวีรบุรุษชาตินิยม กองกำลังของวลาดที่ 3 เป็นสิ่งเดียวที่ขวางกั้นการขยายตัวของอาณาจักรออตโตมานและทุกอย่างจบลงด้วยการถูกทรยศ วลาดที่ 3 เป็นบุรุษที่มีมากกว่า 1 ด้านและได้รับความสนใจจากทั้งนักประวัติศาสตร์และคนทั่วไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 จนถึงปัจจุบัน

20090312082405panaddadechadilok

บทความโดย

อ.ดร. ปนัดดา เดชาดิลก
อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


แหล่งอ้างอิง

[1] http://www.youtube.com/watch?v=-mU-lyyOST4

[2] http://en.wikipedia.org/wiki/Vlad_the_Impaler

เครดิตภาพ

[1] http://en.wikipedia.org/wiki/Dracula_Untold#mediaviewer/File:Dracula_Untold_poster.jpg
[2] http://en.wikipedia.org/wiki/Dracula#mediaviewer/File:Bela_Lugosi_as_Dracula,_anonymous_photograph_from_1931,_Universal_Studios.jpg
[3] http://en.wikipedia.org/wiki/Bram_Stoker#mediaviewer/File:Bram_Stoker_1906.jpg
[4] http://en.wikipedia.org/wiki/Vlad_the_Impaler#mediaviewer/File:VladBustSig.jpg
[5] http://en.wikipedia.org/wiki/Wallachia#mediaviewer/File:Tara_Rumaneasca_map.png
[6] http://en.wikipedia.org/wiki/Vlad_the_Impaler#mediaviewer/File:Impaled.gif
[7] http://en.wikipedia.org/wiki/Vlad_the_Impaler#mediaviewer/File:AtaculdeNoapte.jpg
[8] http://en.wikipedia.org/wiki/Radu_cel_Frumos#mediaviewer/File:Radu_cel_Frumos.jpg
[9] http://en.wikipedia.org/wiki/Matthias_Corvinus#mediaviewer/File:Matthias_Corvinus.jpg
[10] http://en.wikipedia.org/wiki/Vlad_the_Impaler#mediaviewer/File:Vlad_Tepes_002.jpg
[11] http://dippedincream.com/tag/jonathan-rhys-meyers/
[12] http://limeshot.com/2010/accurate-portrait-of-vlad-the-impaler-as-vampire