บุคลิกภาพ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของตัวคุณ คุณอาจจะเคยสังเกตว่า ผู้คนในประเทศบางประเทศที่นิยมบริโภคเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน มักมีกลิ่นตัวค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้เพราะกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ที่ถูกปล่อยออกมาจนถูกเรียกว่า "กลิ่นตัว" นั้น โดยทั่วไปแล้ว "เกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยบนผิวหนังของเราทำการย่อยสลายน้ำตาล และโปรตีนที่ถูกขับออกจากเหงื่อทางรูขุมขน" นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากอาหารที่เราบริโภคด้วย แต่อย่างไรก็ตามในระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ก็เป็นต้นเหตุแห่งกลิ่นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งตัวการสำคัญคงหนีไม่พ้น อาหาร ที่เราบริโภคไปนั่นเอง และนี่คือ 9 อาหารที่คุณต้องหลีกเลี่ยง เมื่อคุณจะต้องเผชิญกับผู้คนนอกบ้าน

  • 1. เนื้อสัตว์ที่มีสีแดง (Red meat)

          ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์เนื้อแดง(สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น หมู หรือ วัว ) ที่เราบริโภคกันทุกวันนั้น จะเป็นสาเหตุของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ ในปี 2006 นักวิจัยจากสาธารณรัฐเช็ก ได้เก็บตัวอย่างเหงื่อ จากกลุ่มผู้ชายที่บริโภคเนื้อสัตว์ และ กลุ่มผู้ชายที่บริโภคอาหารมังสวิรัติ จากนั้นให้กลุ่มผู้หญิงระบุว่ากลิ่นใดเหม็น ซึ่งผลการทดลองแสดงให้เห็นผลแตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า กลิ่นตัวของผู้ชายที่บริโภคอาหารมังสวิรัติน่าดึงดูดใจมากกว่าผู้ชายที่บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง ดังนั้น หากคุณไม่ได้บริโภคมังสวิรัติเป็นชีวิตจิตใจ ก็สามารถลองลดปริมาณการบริโภคสัตว์เนื้อแดง แล้วหันมากินเนื้อไก่ อาหารทะเล หรือ ผัก บ้าง สลับกันไป

  • 2. เครื่องแกงกะหรี่/ยี่หร่า

          แม้ว่าเครื่องแกงรสร้อนแรงจะเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆ คน อาจจะรวมถึงคุณ สำหรับแกงกะหรี่ไก่ กลิ่นไก่นั้นก็ไม่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับกลิ่นของเครื่องแกงที่มาด้วยกัน รู้หรือไม่ว่ากลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากเครื่องแกงเช่น ใบยี่หร่า นั้นสามารถฝังอยู่ที่รูขุมขนของคุณไปได้หลายวันเลยทีเดียว วิธีแก้คือทานอาหารที่มีกระวานเป็นเครื่องปรุง หรือรับประทานพืชตระกูลขิง จะช่วยขับกลิ่นออกจากรูขุมขนคุณได้ไวยิ่งขึ้น

  • 3. กระเทียม

          เป็นที่รู้ดีว่ากระทียมเป็นอาหารที่มีประโยชน์และช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แต่กระเทียมก็เป็นอาหารที่ทำให้คุณส่งกลิ่นตัวได้เช่นกัน กลิ่นกระเทียมนั้นรุนแรงเหลือร้ายจากสารประกอบที่มีซัลเฟอร์ หรือธาตุกำมะถันอยู่ ในชื่อที่เรียกว่า อัลลิซิน (allicin) ซึ่งจะถูกส่งออกมาเมื่อที่กระเทียมถูกหั่นหรือบด เมื่อเราบริโภคเข้าไป เจ้าอะลิซินนี้จะถูกสลายกลายเป็นสารชนิดอื่นอีกหลายชนิด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของกองทัพแบคทีเรีย และนี่จึงเป็นสาเหตุของกลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์

  • 4. หน่อไม้ฝรั่ง

          อาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และกลิ่นจางๆ ดูไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่เชื่อหรือไม่ว่า หากคุณบริโภคหน่อไม้ฝรั่งเข้าไปแล้ว ปัสสาวะของคุณจะส่งกลิ่นเหม็นเมื่อสารประกอบซัลเฟอร์ ที่เรียกว่า เมอร์แคปแทน (mercaptan) ถูกย่อยสลายในระบบทางเดินอาหารและปะปนมากับปัสสาวะของคุณ แต่สำหรับบางคนที่ไม่รู้สึกกว่ามีปัสสาวะกลิ่นเหม็นนั่นอาจเป็นเพราะร่างกายของคุณไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยเจ้าเมอร์แคปแทนนั่นเอง

  • 5. ผักตระกูลกะหล่ำ (บร็อคโคลี่, กะหล่ำปลี, กะหล่ำดาว)

          ด้วยสารอาหารจากผักตระกูลกะหล่ำที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ซึ่งช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง จึงทำให้พวกมันได้รับความนิยมในการบริโภค แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มันอุดมไปด้วยซัลเฟอร์ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอันรุนแรงเมื่อคุณผายลม ราวกับแก๊สไข่เน่าเลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณต้องร่วมพิธีการสำคัญๆ พยายามหลีกเลี่ยงพืชจำพวกกะหล่ำไว้ให้จงดี

  • 6. หัวหอม

          หลีกเลี่ยงการบริโภคหัวหอม ด้วยสารประกอบซัลเฟอร์ในหัวหอม และน้ำมันในหัวหอมจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดภายหลังการย่อยในระบบย่อยอาหาร จึงสามารถเข้าสู่ปอดและปลดปล่อยออกมาได้ทางลมหายใจ ยิ่งคุณบริโภคหัวหอมมากเท่าไหร่ ปริมาณกลิ่นเหม็นที่คุณปลดปล่อยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และ"มันจะหมดไปก็ต่อเมื่อเจ้าหัวหอมนี้ออกจากระบบการย่อยอาหาร"ของคุณไปแล้ว

  • 7. อาหารที่มีเส้นใยสูง

          อาหารที่มีเส้นใยสูงหรือที่เรียกกันว่าไฟเบอร์ นั้นเป็นอาหารที่นับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การบริโภคเข้าไปในประมาณที่มากกว่า 5 กรัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนเวลาที่คุณออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่จะทำให้เหงื่อของคุณมีกลิ่นเหม็นเท่านั้น แต่ยังจะทำให้คุณเกิดอาการท้องป่องและเกิดแก๊สอีกด้วย เนื่องจากอาหารที่มีเส้นใยสูง ประกอบไปด้วย แก๊สต่างๆ เช่น ไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และ มีเทน ซึ่งเมื่อผ่านระบบย่อยอาหาร แก๊สเหล่านี้จะถูกปลดปล่อยออกมา ก่อกลิ่นเหม็นสุดทนให้กับคุณ และคนรอบข้าง

  • 8. ทุเรียน

          เป็นที่รู้ดีกันว่า ทุเรียน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งผลไม้นั้นมีกลิ่นรุนแรงเหลือร้าย การที่มันประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และสารประกอบซัลเฟอร์ ซึ่งเป็นตัวการแห่งกลิ่นอันร้ายกาจ จนมันสามารถทำให้คุณมีกลิ่นปากที่ไม่น่าให้อภัยในทุกสถานการณ์ จน แอนโทนี บอร์เดน(Anthony Bourdain) ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ลมหายใจของคุณจะเหม็นราวกับคุณได้ผ่านการจูบกับคุณยายที่เสียชีวิตไปแล้ว” สยองใช่ไหมคะ

  • 9. กาแฟ

          แก้วอุ่นๆ และกลิ่นอันหอมกรุ่น ของกาแฟในยามเช้า อาจจะทำให้เดทคุณล่มสลายไปได้โดยไม่ยากนัก เพราะคาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางของคุณ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อของคุณถูกกระตุ้น นอกจากนี้ ด้วยความที่กาแฟมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งทำให้ช่องปากแห้ง และน้ำลายถูกหลั่งออกมาน้อย ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และพวกมันก็พร้อมที่จะปลดปล่อยสารประกอบซัลเฟอร์เหม็นๆ ออกมากับลมหายใจของคุณ

          ถ้าหากคุณกำลังมี "เดท"กับสาวสวยในเสปค หรือ กำลังมีนัดสัมภาษณ์งาน คงไม่ดีแน่ หากคุณพกกลิ่นสาปฉุนๆ ติดตัวไป หรือ “ปล่อยกลิ่นทางลม”(และอาจจะมีเสียงด้วย) ดังนั้น ก่อนที่คุณจะออกไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝูงชน พบปะผู้คนมากมาย อาหารทั้ง 9 ชนิดนี้คือสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ (ก่อนที่มันจะทำให้เดทของคุณล่มสลายไปซะก่อน) แต่อย่างไรก็ตาม อาหารที่กล่าวมานี้ส่วนหนึ่ง มีประโยชน์ต่อร่างกายคุณไม่น้อย ดังนั้นหากคุณไม่ได้ออกไปไหนหรือมื้อเย็นที่คุณรับประทานเองที่บ้าน ก็เป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะบริโภคอาหารเหล่านี้ได้ค่ะ


อ้างอิงจากเว็บไซต์ ณ วันที่ 17/9/57

http://www.foxnews.com/leisure/2012/02/11/10-foods-that-make-smell/

http://spk.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=824:2010-11-06-10-25-32&catid=93:2010-03-17-07-13-38&Itemid=394

http://health.howstuffworks.com/wellness/men/sweating-odor/diet-affect-body-odor.htm

รูปภาพจาก

http://www.foxnews.com/leisure/2012/02/11/10-foods-that-make-smell/

http://region6.dost.gov.ph/images/stories/durian.jpg

http://security-today.com/articles/2014/02/21/body-odor-biometrics-for-identity-verification.aspx

http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2014/01/01/article-2532207-08C5DFB1000005DC-283_634x461.jpg

http://a.dilcdn.com/bl/wp-content/uploads/sites/8/2012/4/parmesan-roasted-asparagus.jpg

http://wandernews.com/wp-content/uploads/2014/07/coffee-with-beans.jpg

http://www.findingpause.com/site/images/onions.jpg

http://ezbalance.com/wp-content/uploads/2014/08/cruciferous-vegetables.jpg

http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2014/07/10/article-0-1F8B586800000578-327_634x413.jpg


photo

ผู้เขียน: อันดา
ผู้ช่วยวิจัย/นิสิตปริญญาเอก

สาขา Polymer Science
The Petroleum and Petrochemical College
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย