ผลงานต่างๆ

 โดย บัวอื่น


 

                ไม่ต้องเป็นดารา ไม่ใช่นักเขียนชื่อดัง คุณก็มีแฟนคลับในโลกของ blogได้   และเมื่อคุณซ่องซุมกำลังพลแฟนคลับได้มากพอ เมื่อนั้นคุณก็จะสามารถตั้งตนเป็นนักเขียน ออกหนังสือของตนเองได้ หนังสือที่ได้รับการขนานนามว่า blook ...ไม่ต้องตัด l ทิ้งค่ะ ข้าพเจ้าเขียนถูกแล้ว

blook  ศัพท์ประดิษฐ์คำนี้มีที่มาพอเดาได้ไม่ยาก ถ้าเดาไม่ถูกให้แว้ปสายตาขึ้นไปชำเลืองดูหัวข้อบทความ ก็พอจะได้ความว่า blook นั้นไม่ใช่ศัพท์ไร้หัวนอนปลายเท้า เขามีพ่อมีแม่นะคะ พ่อเขาชื่อ Blog แม่เขาชื่อ Book  เมื่อทั้งสองหล่อหลอมกัน โดยการรวบหัวรวบหางนำเรื่องราวจาก Blog มารวบ ใช้เวลาและมืออาชีพช่วยฟูมฟักเสียหน่อย ก็จะคลอดเจ้า blook ออกมาลืมตาดูโลก  



 
                                         

อันที่จริงข้าพเจ้าแนะนำให้รู้จักพ่อของ blook น้อยไปนิด เกรงว่าจะเสียมารยาทก็ต้องขอแนะนำให้รู้จักกับ Blog เพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็ควรจะรู้ว่า Blog คือออะไร ?

Blog  เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Web2.0 ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ที่ชอบขีดๆเขียนๆและอยากนำเสนอตัวตนมาก ศัพท์คำนี้ย่อมาจาก Weblog ซึ่ง ก็เกิดจากการรวมกันของคำสองคำมาอีกทีคือ Web ที่หมายถึง World Wide Web  อินเตอร์เน็ตที่เรากำลังใช้กันอยู่นี่ล่ะ รวมกับคำว่า Log ที่หมายถึง เก็บ บันทึก พอรวมกันเป็น ก็พอจะให้นิยามได้ว่า เป็นการบันทึกรูปแบบหนึ่งในเครือข่ายการสื่อสารอย่างหนึ่งโดยผ่านคอมพิวเตอร์ เป็นเหมือน Personal Website นั้นเอง คำว่า Weblog บางคนอ่านก็ว่า We-Blog บ้างก็อ่านว่า Web -Log ซึ่งทั้งคู่ก็หมายถึง Blog  เหมือนกัน

แล้วทำไมคนถึงพากันนิยม Blog กันนัก นั้นก็เพราะว่ามันมีความเป็นกลุ่มสังคมกลุ่มหนึ่ง อาจเป็นแก็งค์เล็กๆ ที่เป็นการเเจาะกลุ่มฉพาะตัว หรือสังคมกลุ่มใหญ่ ยิ่งใหญ่ยิ่งสื่อสารไปถึงคนทั่วไปได้ไกลเท่าไหร่ยิ่งดี เพื่อใช้บอกเล่าเรื่องราวตามสไตล์ที่ผู้เขียนต้องการสื่ออกมาอย่างไม่จำกัด Blog ของใครก็เสมือนเป็นพื้นที่ภายใต้เขตการปกครองโดยเด็ดขาดของคนนั้น มีเสรีที่จะใส่เรื่องราวที่มักเป็นไปตามความถนัดและรสนิยมของ Blogger จะคล้ายๆรูปไดอารี่ออนไลน์ แต่ Blog จะมีความหลากหลายและไม่จำกัดเนื้อหาพร้อมลูกเล่นที่มากมายกว่า ไม่ว่าคุณจะอยากเปิดสถานีฟังเพลง ตั้งตัวเป็นหนังวิจารณ์หนัง สอนทำอาหารเกาหลีสุดฮิต สร้างแกลเลอรี่ แนะนำการแต่งตัวตามติดกระแสเกาหลี หรือรวมพลคนคลั่งอะไรเหมือนๆกัน และเสน่ห์สำคัญของการบันทึกออนไลน์ใน Blog ก็คือ ความเป็นกันเองในการโต้ตอบระหว่างระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านบล็อก ที่เราเรียกว่า ระบบ comment และยังสามารถ link ไปยัง Blog หรือเว็บเพจอื่นๆ ที่ต้องการได้อีกด้วย

และการที่ใครสักคนอยากจะมี  Blog นั้นก็แสนง่าย ไม่ต้องเป็นยอดมนุษย์ทางคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด แม้ในยุคแรกๆนั้น จะเป็นในแบบของระบบ Manual ที่ผู้สร้าง Blog จะต้องเขียนเว็บเองไปทีละหน้า ๆ ๆ ๆ ในระยะตั้งไข่จึงค่อนข้างจะจำกัดกลุ่มผู้ใช้เสียหน่อย ที่มักจะเป็นภาพของคนยุคใหม่ที่ใกล้ชิดเทคโนโลยีนั่งสร้าง Blog เป็นงานอดิเรก แต่มาในวันนี้ มีผู้ให้บริการรายต่างๆ อย่าง WordPress, Movable Type, Blurb's BookSmart LiveJournal.com,  TypePad เกิดมาเพื่อสนองความสะดวกให้ผู้ใช้งาน โปรแกรมที่ทำการเขียนใน Blog แสนง่ายขึ้นมากมาย เมื่อทำได้ง่ายสบายจัง ผู้ใช้งานก็ขยายกลุ่มกว้างขึ้น เนื้อหา ความน่าสนใจเริ่มไม่ธรรมดา ชนิดที่เรียกได้ว่า หลาย Blog มีอิทธิพลกับคนหมู่มาก ไปถึงได้รับการยอมรับจากสื่อหรือกลุ่มองค์กรต่างๆนำข้อมูลบนพื้นที่เสรีเหล่านั้นมาอ้างอิงเลยทีเดียว

หรือจะพูดว่า Blog เป็นสื่อสำคัญชนิดใหม่ก็ว่าได้ ไม่ธรรมดาขนาดที่ว่า มีการเรียบเรียงเนื้อหาจาก Blog มาทำเป็นหนังสือกันแล้ว หรือที่เรียกว่า Blook ซึ่งเป็นการนำคำว่า Blog และ book มารวมกัน 




 

                                            

และคือเขา Tony Pierce ผู้สร้างสถิติ Blook เล่มแรกของโลก จากการรวบรวมงานเขียนและบทความของจากบล็อกของเขาhttp://www.tonypierce.com/blog/2005/10/history-of-blooks-by-tony-pierce.htm ออกมาเป็นหนังสือ ชื่อว่า"Blook" เมื่อปี 2002



 
                                        


และหากพูดถึงเสาหลักของวงการ Blook   เว็บไซต์ที่เป็นต้นแบบสำคัญก็คือ Lulu.com ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างหนังสือทำมือขึ้นมาเองได้(Self Publishing) และที่สำคัญมันขายได้ ด้วยวิธีการจัดการของผู้ดูแลเว็บที่จะให้ค่าตอบแทนตามยอดผู้โหลดชมผลงานนั้นๆ ความพิเศษของ LuLu  ที่ต่างจาก blog ทั่วไปคือการมีกองบรรณาธิการคอยกรองต้นฉบับ เพื่อนำสาธารณะ มีการเขียนเนื้อหาเชิญชวนอ่านย่อๆ แล้วให้เข้าไปโหลดอ่านต่อหากติดใจ   และยังสนับสนุนให้เกิด blok คุณภาพอีกด้วย โดยการจัดโครงการ Lulu Blooker Prize ขึ้นเมื่อปี 2005 สำหรับ books on blogs หรือเว็บไซต์ ใน 3 สาขาวรรณกรรมคือFictions Non-Fictions และ Comics 




 
                                               


เช่น เรื่องJulie and Julia ผลงานของ  Julie Powell เลขาสาววัยสามสิบปี ผู้เป็น winner of the first annual Lulu Blooker Prize จากหมวด Non-Fictions เป็นการเขียนถึงการทำอาหารจากตำราของJulia Child's Mastering the Art of French Cooking ของ Julia Child ความสำเร็จของ blookเล่มนี้ ยืนยันจากยอดพิมพ์หลักแสนเล่มเลยทีเดียว
 




                                      

กลับมามองที่บ้านเรา Blook เล่มแรกที่คลอดในเมืองไทย มีชื่อว่า“วันนี้ไม่ไปทำงานได้ไหม?”
เป็นงานแปลมากจากฝั่งไต้หวันอีกที่ มีที่มาจาก Blog ของสาว 25 ชาวไต้หวันนามวานวาน (Wan Wan) เจ้าของฉายาราชินีบล็อกเกอร์จากไต้หวัน ที่สร้างสรรค์ เจ้าตัวการ์ตูนหัวกลมใหญ่ มีผมขดๆ1 เส้น เน้นภาพสีสันสดใส ไม่เน้นคำบรรยาย แบบเปิ่นๆ ขำขำ ลงใน http://www.wretch.cc/blog/cwwany เจาะกลุ่มวัยรุ่น วัยเริ่มทำงาน มี Blook ของเธอกันงอมแงม เมื่อนำมาพิมพ์เป็นหนังสือก็ทำยอดขายดีเทน้ำเทท่าน่าอิจฉาเชียว

มาดู Blok แท้สัญชาติไทยกันดูบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า บล็อกดังๆในบ้านเรานั้น มักฝังตัวอยู่ตาม Exteen หรือไม่ก็ Bloggang 2 แนวหน้าผู้เจาะตลาด Blog นั้นเอง
 





                                        

เริ่มกันที่ “Blog Blog” ผลงานของ ปกป้อง จันทวิทย์  อาจารย์หนุ่มคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่เปิดพื้นที่ส่วนตัวใน Blogspot เขียนบทความ พูดคุยอย่างกันเองจนดูเหมือนมีพี่ชายมาเล่า เรื่องราวดีๆมีสาระ จากประสบการณ์การศึกษาในต่างแดน และมุมมองของสิ่งที่พี่ปกป้องมองเห็นให้ฟังอย่างเพลินๆ ไม่ใกล้เคียงว่ากำลังฟังอาจารย์สอนเลยล่ะ ทำให้เป็นหนังสือสาระที่ควรวางไว้ที่ชั้นหนังสือบันเทิงไปในคราวเดียวกัน แค่นั่งฟังคุณปกป้องเล่าเราก็รู้รอบขึ้นมากแล้ว แต่แค่นั้นไม่พอ ระหว่างที่คุณอ่านเล่มนี้ บางครั้งผู้เขียนจะชวนให้คุณต้องกะเทาะสมองออกมาครุ่นคิดตามไปด้วย ไม่ใช่แค่รับรู้แต่คุณจะรู้จักคิดเลยล่ะ




 
                                       


ตามมาด้วยอาจารย์มันส์ๆอีกคน กับหนังสือ “โลกนี้มันช่างยีสต์” ของ แทนไท ประเสริฐกุล อาจารย์หนุ่มนมดำ ที่รวบรวมเรื่องราวจากบันทึกประจำวันที่มีชื่อว่าYeebud's diary ใน Blog http://yeebud.storythai.com ที่แสดงมุมมองไม่ธรรมดา และทัศนะต่อชีวิต คน สัตว์ สิ่งของ ในสไตล์ยียวน อ่านแล้วไม่แปลกใจเลยที่ใครจะนึกถึงครูโอนิซึกะแห่ง GTO 





 
                             

ไหนๆก็ไหนๆ แนะนำอีกคนให้เป็นแก็งค์จาก aday เสียเลยกับ blog ฮิตติดลมบน http://roundfinger.wordpress.com/ ของ “นิ้วกลม”  นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวที่ทำให้หลายคนอ่านจบแทบเผลอแพ็คกระเป๋าตามไปอย่างไม่รู้ตัว ยืนยันว่าเขาเขียนได้ดีน่ามหัศจรรย์อย่างนั้นจริงๆ
 





                             

ย้ายมาที่ Bloger จากฝั่ง pantip.com บ้าง ที่นี้มี Blog ดังๆน่าสนไม่น้อยเลย และหนึ่งในนั้นที่ได้รวบรวมผลงานออกมาเป็นเล่มและมีเหล่าสาวกติดตามผลงานไม่น้อยเลย นั้นคือ ''ผมอยู่ข้างหลังคุณ” เจ้าของรางวัล Popular Award อันดับหนึ่งในสาขาภาพยนตร์ จิตแพทย์หนุ่มผู้ชื่นชอบและหลงใหลในแผ่นฟิล์ม และมีศิลปะในการถ่ายทอดเรื่องเล่าที่พาเพลินไปไม่ใช่น้อย อยากไปดูหนังกับหมอหนุ่มด้วยกันมั๊ยคะ ตามมาค่ะ http://aorta.bloggang.com 

 






ตบท้ายด้วย เรื่องราวของ “พ่อพเยีย” กับหนังสือ “ห่างไกล ไม่ห่างกัน”เรื่องราวความรักของพ่อกับลุกแบบละไมหัวใจเหลือเกิน จาก http://porpayia.bloggang.com คุณโดม วุฒิชัย ที่ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นใจถึงลูกสาว ผ่านตัวอักษร ถึงแม้จะห่างไกล แต่ความห่วงใยปรากฎได้ที่หน้าจอค่ะ “แม้ว่าในชีวิตจะเคยผิดพลาดมาหลายครั้งหลายหน แต่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยลืมความรักและหน้าที่ของการเป็นพ่อ”

 

                             


เมื่อโลกออนไลน์และโลกของหนังสือที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน Blogไม่เพียงช่วยให้นักเขียนใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อพบปะเหล่ามิตรรักแฟนเพลงได้ย่างเสรี และช่วยเผยแพร่ผลงานไปในตัวเท่านั้น แต่ในอีกด้าน นี่ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้ Blogger หน้าใหม่ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักเขียนได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการจะมาถึงการเป็น Blook ได้นั้น ไม่ใช่แค่การเป็น Blog ที่มีคนเข้าชมสูงเสมอไป หากทำเป็นธุรกิจมันคงมีเรื่องให้คิดรอบคอบกว่านั้นนัก แต่อย่างไร การเป็นนักเขียนไม่ว่าจะอยู่ ณ ตรงไหน "A good writer is a good writer,"