เส้นทางชีวิต

เส้นทางชีวิต

เส้นทางชีวิตนั้นทุกคนเลือกได้ ด้วยความมุ่งมั่น อดทนต่ออุปสรรค์ ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย แต่ความยากนั้นมักจะอยู่ ณ จุดเริ่มต้นเท่านัี้้น

ผู้เขียน คนอยากเขียน ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

"หยาดเหงื่อของเด็กน้อย"

"น้ำหวาน" ชื่อของเด็กสาวบ้านนอกที่เกิดมาในครอบที่มีฐานะยากจน มีพี่น้องท้องเดียวกัน 3 สาว น้ำหวาน เป็นน้องสาวคนสุดท้อง เธออายุแค่ 6 ขวบ อ่อนกว่าพี่

พี่ คนละ 2 ปี  น้ำหวานและพี่ ๆ  มักทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยทุกวัน ตื่นนอนในวันหยุดพวกเธอทั้งสามสาว ไม่เคยได้ดูทีวี เหมือนเด็กบ้านอื่น แต่เธอทั้งสามตื่นนอน

ทำภาระกิจส่วนตัวอย่างรีบเร่ง แล้วก็ออกไปช่วยพ่อ,แม่ ทำนา  "ทุ่งนาช่างกว้างใหญ่ อากาศยามเช้ากับใบหญ้าพี่เปียกไปด้วยน้ำค้าง เราย้ำเท้่ากันเป็นแถวยาวเหมือนมดกำลังเดิน

ขบวน มีระเบียบ วินัย จนถึงจุดหมายใต้ต้นหว้าต้นใหญ่ "น้ำหวาน เธอเลือกเอามุมที่ไม่มีน้ำก็แล้วกันน่ะดินแข็งหน่อย อย่าให้ต้นข้าวหักล่ะ เดียวข้าวตายหมด" เสียงเปรี้ยวพี่คน

ที่ 2 สั่งน้ำหวาน ส่วนเปรี้ยวและคนอื่น ๆ เลือกที่มีน้ำ  "พี่ พี่ สบายน่ะดำนากันไม่เจ็บนิ้ว ฉันเจ็บนิ้วหมดเลย ดินแข็งมาก กว่าจะลงได้สักต้น สงสัยต้องไปหาไม้มาขุดก่อนดีกว่า"น้ำหวาน

พูดพรากก็เดินไปบนคันนา เพื่อหากิ่งไม้สำหรับขุดดินที่แข็ง ๆ เพื่อเอาต้นข้าวลงปักดำ  ทั้งสามคนช่วยกันดำนาให้พ่อกับแม่จนสายแสงแดดร้อนจัดจ้าสาดแสงถูกเนื้อตัว ปวดแสบ

ปวดร้อน ก็ไม่เคยหวั่น ทั้งสามคนดำนากันไปร้องเพลงพุ่มพวงกันไป อย่างมีความสุข  "เด็ก ๆ ขึ้นมากินข้าวกินปลากันเถอะลูก" เสียงแม่จั่น ร้องเรียกลูกทั้งสามขึ้นมาจากท้องนา

เพื่อกินข้าวกลางวันกัน "โอ้โห้มีน้ำพริกแสนอร่อยด้วย  พ่อบอกเดี่ยวก่อนน่ะเด็ก ๆ รอพ่อแป๊ปเดียวตะกี้พ่อได้ยินเสียงปลาตรงโน้น เดี่ยวพ่อจะไปจับมาย่างกินกับน้ำพริกของแม่น่ะ"

เปรี้ยว"งั่นฉันไปเก็บผักตรงชายครองก่อนน่ะ น้ำหวาน เธอก่อไฟรอพ่อน่ะ พี่ไปล่ะ"  สาวลูกไปช่วยพ่อจับปลาน่ะ "เสียงแม่จั่น ออกคำสั่งกับพี่คนโต และแล้วครอบครัวของน้ำหวานก็กินอาหาร

มื้อกลางวันที่แสนอร่อย น้ำพริกรสเด็ดของแม่จั่น กับปลาช้อน ปลาหมอ ย่างของพ่อ และยอดมะม่วงหิมพานของเปรี้ยว  กินอาหารกลางวันเสร็จแม่จั่นก็เก็บล้างปิ่นโตใส่ข้าวสะอาด พัดครู่หนึ่ง

ทุกคนก็ลงดำนากันต่อไปท้ามกลางแสงแดดที่แผดเผา ไปจนตะวั่นเริ่มคล้อย พลบค่ำครอบครัวของน้ำหวาน จึงเดินกลับบ้าน ซึ่งบ้านและนาห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร

กลับถึงบ้าน เปรี้ยววิ้งไปล้างจาน  สาวหุ้งข้าว น้ำหวานตำเครื่องแกงส้ม  แม่จั่นแล้ปลาช้อนของพ่อที่เก็บไว้เมื่อตอนกลางวัน สำหรับใช้แกงส้มเป็นอาหารมื้อเย็น ทุกคนต่างมีหน้าที่

ที่ต้องทำไม่มีเสียงบ่นจากใครออกมาจากปาก แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน "น้ำหวานแกงส้ม เป็นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ พี่พี่ ของเธอก็ทำกับข้าวเก่งกันทุกคน เพราะทุกคนปลัดเปลี่ยนหมุนเวียน

ภาระกิจกันทุกวัน หลังทำภาระกิจเสร็จสิ้นน้ำหวานและพี่ พี่ ก็พากันอาบน้ำประแป้งหน้าขาวนวล "พ่อจ้า แม่จ้า กินข้าวจร้า" เสียงน้ำหวานร้องเรียกพ่อและแม่มากินอาหารมื้อเย็นด้วยความหิว

ชีวิตของน้ำหวานเป็นอย่างนี้ทุกวัน เธอได้ดูละคนทีวีหลังข่าวเพียงเรื่องเดียวใน 1 วัน แล้วก็หลับด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากงานทั้งวัน  แม้แต่ในช่วงจันทร์ถึงศุกร์ที่โรงเรียนเปิด เลิกเรียน

สามสาวก็ต้องเปลี่ยนชุดนักเรียนอย่างรีบเร่งแล้วไปช่วยพ่อ,แม่ทำนา  ลางวันอาหารมื้อเที่ยงของน้ำหวาน คือข้าวสวยคลุกน้ำซี้อิ้วดำก็อร่อยแล้ว 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา